ประกาศนียบัตรวิชาชีพซิสโก้(Cisco Career Certifications) คือ IT Certification หรือใบรับรองความสามารถด้านไอทีระดับสากล  ซึ่งเป็นประกาศนียบัตรวิชาชีพทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับผลิตภัณฑ์ของซิสโก้ (Cisco) เป็นใบรับรองความสามารถในการทำงานเกี่ยวกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์

Certification ของ Cisco เป็นใบรับรองถึงขีดความสามารถของคนๆ นั้นว่าสามารถทำงานในการวางแผน ออกแบบ ติดตั้ง และ ใช้งานระบบที่เป็นผลิตภัณฑ์ของ Cisco ได้เป็นในระดับใด ซึ่งอุปกรณ์ของ Cisco เป็นที่นิยมกันมากในหลายๆ บริษัทล้วนแต่มีผลิตภัณท์ของ Cisco ทำให้ตลาดมีความต้องการบุคคลทืี่มีความรู้ในตัวผลิตภัณฑ์ของ Cisco ดังนั้นบริษัท Cisco จึงได้จัดทำข้อสอบแบ่งออกเป็น 5 ระดับได้แก่

  1. ระดับแรกเข้า (entry-level)
  2. ระดับผู้ร่วมงาน (associate) ซึ่ง CCNA เป็นที่นิยมใช้ในการรับคนเข้าทำงาน
  3. ระดับมืออาชีพ (professional)
  4. ระดับผู้เชี่ยวชาญ (expert)
  5. ระดับผู้เชี่ยวชาญพิเศษ (specialist)

สายงาน ระดับแรกเข้า ระดับผู้ร่วมงาน ระดับมืออาชีพ ระดับผู้เชี่ยวชาญ
การเปลี่ยนและย้ายเส้นทางข้อมูล CCENT CCNA CCNP CCIE Routing & Switching
การออกแบบเครือข่าย CCENT CCNA / CCDA CCDP CCDE
การรักษาความปลอดภัย CCENT CCNA Security CCSP CCIE Security
ผู้ให้บริการเครือข่าย CCENT CCNA CCIP CCIE Service Provider
เครือข่ายเพื่อการสำรองข้อมูล CCENT CCNA CCNP CCIE Storage Networking
เครือข่ายเสียง CCENT CCNA Voice CCVP CCIE Voice
เครือข่ายไร้สาย CCENT CCNA Wireless CCWP CCIE Wireless

CCNA
Cisco Certified Network Associate (CCNA) ประกาศนียบัตรที่ผู้ที่ได้รับต้องมีความรู้ในเรื่องของระบบเครือข่ายในระดับปฏิบัติงานได้ โดยสามารถติดตั้งและดูแลจัดระบบเครือข่ายขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลางได้
CCNA นี้ไม่มีวิชาบังคับที่ต้องได้รับมาก่อน (Exam Prerequisite) เมื่อสอบผ่านวิชาใดวิชาหนึ่งตามข้อกำหนดก็สามารถได้รับประกาศนียบัตรนี้ได้ทันที

การสอบ CCNA (CCNA200-120) ต้องมีความรู้ ดังนี้
– มีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบ network media
– การ Config router (Switch CISCO) & Wireless LAN เบื้องต้นโดยใช้ Cisco IOS commands
– การติดตั้ง และคอนฟิกเน็ตเวิร์กบน LAN, WAN
– มีความรู้และสามารถคอนฟิก routable protocols (IP, IPX, Apple Talk, etc.)
– สามารถคอนฟิก routing protocols (RIP, IGRP, EIGRP, etc.)
– ระบบความปลอดภัยในระบบเน็ตเวิร์ก
– การทำงานของ VLAN (Trunk หรือ Tag port และ Access หรือ Untag port)
– Routing ระหว่าง VLAN
– การเลือก OSPF router ID
– OSPF ใน LAN – วิธีการเลือก DR และ BDR และการวิเคราะห์
– การตรวจสอบ OSPF neighbor แบบ adjacency (full state) และแบบ 2way state
– อธิบาย LSA type 1, 2, 3, 4 และ 5 พร้อมการเปรียบเทียบ

สิ่งที่ควรทราบสำหรับผู้ที่จะสอบ CCNA
1. ข้อสอบเป็นแบบเลือกคำตอบที่ถูกต้อง มีหลายตัวเลือก
2. ไม่สามารถย้อนกลับไปตอบข้อก่อนได้
3. มีเวลาในการสอบ 2 ชั่วโมง
4. มีกระดาษสำหรับทดเลขให้ สำหรับการคำนวณในข้อสอบแล็บ
5. หากต้องการลงทะเบียนในการสอบ ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า 2-3 วัน
6. หากจะสอบใหม่ สามารถลงทะเบียนหลังจากสอบไม่ผ่าน 2สัปดาห์
7. ข้อสอบมี 55-65 ข้อ ไม่ต้องรีบ ควรอ่านคำถามให้ดีก่อนตอบ

แน่นอนว่าตัว CCNA นี้มีความสำคัญมากในการทำงานซึ่งใครที่มีใบนี้จะช่วยในการสมัครงานรวมถึงสามารถ อัพเกรดตัวเองหลายๆ คนที่เป็น It Support ก็สามารถพัฒนาตัวเองเป็น IT Manager หรือ Engineer ได้

Facebook Comments
SHARE
Previous articleraid คืออะไร
Next articleมาดูกัน GTX 1060 3G ขุดได้เท่าไหร่ ?
มีความฝันที่อยากจะเป็นนักเขียน แต่ไปเอาดีด้าน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และ Server อยากให้สองอย่างออกมาดี เหมือนกัน ได้แต่พยายาม และก็จะพยามยามและอดทน

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here