Accrual – การจัดสรรค่าพรีเมี่ยมและค่าส่วนลดสำหรับธุรกรรมเงินตราต่างประเทศล่วง หน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับค่า swap (การ Arbitrage ของดอกเบี้ย) ในระยะเวลาของธุรกรรมนั้นๆ
Adjustment – การดำเนินการอย่างเป็นทางการโดยวิธีการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินเพื่อลดความไม่สมดุลในการใช้จ่าย หรือวิธีการลดค่าเงิน
Appreciation – การแข็งค่าของสกุลเงินนั้นๆเมื่อมีอุปสงค์มากขึ้น
Arbitrage – การซื้อและขายในตลาดที่มีความสัมพันธ์กันเป็นจำนวนที่เท่ากันพร้อมๆกันเพื่อได้รับส่วนต่างระหว่างราคาในแต่ละตลาด
Ask (Offer) Price – เป็นราคาที่ตลาดต้องการขายในสกุลเงินนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาของคู่ USD/CHF เป็น 1.4527/32 ราคา Ask คือ 1.4532 หมายความว่าท่านต้องใช้เงิน 1.4532 Swiss francs เพื่อที่จะซื้อ 1 US dollar
At Best – เป็นคำแนะนำจาก Dealer ในการซื้อหรือขายในเรทที่ดีที่สุดที่จะสามารถทำได้
At or Better – เป็นการสั่งให้ซื้อหรือขายในราคาที่ต้องการหรือราคาที่ดีกว่านี้

Balance of Trade – จำนวนส่งออกลบด้วยจำนวนนำเข้าของประเทศนั้นๆ
Bar Chart – ประเภทของกราฟซึ่งแสดง 4 ส่วนหลักคือ ราคาต่ำสุดและราคาสูงสุด แสดงด้วยเส้นแนวตั้ง และราคาเปิดและราคาปิดแสดงด้วยเส้นแนวนอนเส้นเล็กๆด้านซ้ายและขวา
Bear Market – เป็นช่วงตลาดขาลง มีการอ่อนค่าของราคา
Bid Price – เป็นราคาที่ตลาดต้องการซื้อในสกุลเงินนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาของคู่ USD/CHF เป็น 1.4527/32 ราคา Ask คือ 1.4527 หมายความว่าเมื่อท่านขายเงิน 1 US dollar ท่านจะได้รับ 1.4527 Swiss francs
Bid/Ask Spread – ส่วนต่างระหว่างราคา bid และราคา ask
Big Figure – ทศนิยม 2 หรือ 3 หลักแรกของราคา ตัวอย่างเช่น ถ้าราคา bid/ask ของคู่ USD/JPY bid/ask เป็น 115.27/32 ดังนั้น big figure คือ 115 ถ้าราคาของคู่ EUR/USD เป็น 1.2855/58 big figure คือ 1.28 ซึ่ง big figure ส่วนใหญ่จะไม่ได้ถูกแสดงในราคาที่ dealer เสนอมา เช่น ถ้าราคาของคู่ EUR/USD เป็น 1.2855/58 ทาง dealer จะเขียนสั้นๆว่า “55/58”.
Book – เป็นประวัติสรุปออเดอร์ที่เคยทำรายการมากทั้งหมด
Bretton Woods Agreement of 1944 – เป็นข้อตกลงเพื่อที่จะทำให้ค่าของสกุลเงินหลักๆคงที่ เพื่อให้ธนาคารกลางสามารถแทรกแซงตลาดสกุลเงินได้ และกำหนดให้ราคาของทองคำเท่ากับ $35 ต่อออนซ์ ข้อตกลงนี้ใช้ถึงปี 1971 เมื่อประธานาธิบดี Nixon ได้ยกเลิกและเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินแบบลอยตัวแทน
Broker – เป็นบริษัทที่ทำหน้าที่เสมือนคนกลางระหว่างคนซื้อและคนขายเพื่อเก็บค่าธรรมเนียม
Bull Market – เป็นช่วงตลาดขาขึ้น มีการแข็งค่าของราคาA market distinguished by rising prices.
Bundesbank – ธนาคารกลางของประเทศเยอรมัน


Cable – เป็นชื่อเรียกของคู่สกุลเงิน GBP/USD ซึ่งเริ่มจากเมื่อช่วงกลางทศวรรษที่ 1800 มีการส่งราคาผ่านทาง cable
Candlestick Chart – เป็นประเภทของกราฟที่แสดงราคาเปิด ปิด และสูงสุด ต่ำสุดของช่วงเวลานั้นๆ ถ้าราคาเปิดสูงกว่าราคาปิด ช่องสี่เหลี่ยมระหว่างราคาเปิดและราคาปิดจะมีการแรเงาไว้ ถ้าราคาปิดสูงกว่าก็จะไม่มีการแรเงา
Cash Market – เป็นตลาดซื้อขาย future หรือ options
Central Bank – เป็นหน่วยงานของรัฐบาลที่ควบคุมนโยบายทางการเงินของประเทศ ตัวอย่างเช่น ธนาคารกลางของประเทศอเมริกาคือ Federal Reserve และธนาคารกลางของประเทศเยอรมันคือ Bundesbank
Chartist – เป็นนักลงทุนที่วิเคราะห์แนวโน้มราคาจากกราฟเป็นหลัก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่านักลงทุนทางเทคนิค
Cleared Funds – เงินที่สามารถใช้ในการเปิดการซื้อขายได้
Clearing – กระบวนการในการดำเนินการซื้อขาย
Closed Position – คือรายการซื้อขายที่ปิดไปแล้ว ซึ่งในการปิดการซื้อขาย นักลงทุนก็จะต้องทำการซื้อหรือขายตรงข้ามกับรายการที่ได้ทำไว้แล้ว
Collateral – หลักทรัพย์ประกัน
Commission – ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากโบรกเกอร์
Confirmation – เอกสารที่ยืนยันเงื่อนไขข้อตกลงในการซื้อขาย
Contagion – แนวโน้มของวิกฤตเศรษฐกิจที่จะแพร่กระจายไปยังตลาดอื่นๆ ซึ่งในปี 1997 ความไม่มั่นคงทางการเมืองของประเทศอินโดนีเซียทำให้เกิดความไม่แน่นอนในสกุล เงิน Rupiah ซึ่งมีผลกระทบต่อไปยังหลายประเทศในทวีปเอเชีย และต่อมาที่ทวีปละตินอเมริกา ซึ่งเรียกเหตุการณ์นี้ว่า ‘Asian Contagion’.
Contract – หน่วยมาตรฐานของการซื้อขาย
Counter Currency – สกุลเงินที่เขียนเป็นลำดับที่สองในคู่สกุลเงิน
Counterparty – หนึ่งในผู้ที่มีส่วนร่วมในการซื้อขายรายการทางการเงิน
Country Risk – ความเสี่ยงในการทำธุรกรรมข้ามประเทศซึ่งจะเกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือเงื่อนไขทางการเมือง
Cross Currency Pairs – คู่สกุลเงินที่ไม่มี US dollar เช่น EUR/JPY หรือ GBP/CHF.
Currency – เงินที่ออกโดยรัฐบาลหรือธนาคารกลางซึ่งใช้ในการซื้อขาย
Currency Pair – คู่สกุลเงินที่ประกอบไปด้วย 2 สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น EUR/USD
Currency Risk – ความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงเรทของค่าเงินอย่างผันผวน


Day Trader – นักลงทุนที่ทำการเปิดและปิดการซื้อขายภายในวันเดียว
Dealer – เป็นบุคคลหรือบริษัทที่ทำการเปิดการซื้อขายกับอีกตลาดหนึ่งเพื่อที่จะได้รับกำไรจากค่า spread
Deficit – การขาดทุน
Delivery – การทำการซื้อขายโดยได้รับสินค้ามาจริงๆ
Depreciation – การลดค่าของสกุลเงิน
Derivative – สัญญาซื้อขายจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์ ฟิวเจอร์ หรือสินค้าอื่นๆ ซึ่งออฟชั่นก็เป็น derivative ที่นิยมซื้อขายกันมากที่สุด
Devaluation – การลดค่าเงินซึ่งประกาศโดยรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่


EURO – สกุลเงินยูโร European Monetary Union (EMU) ซึ่งมาแทนที่ European Currency Unit (ECU)
Economic Indicator – สถิติที่ประกาศจากรัฐบาลเกี่ยวกับการเติบโตและความมีเสถียรภาพทางด้าน เศรษฐกิจ โดยทั่วไปจะประกอบไปด้วยอัตราการจ้างงาน, Gross Domestic Product (GDP), เงินเฟ้อ, ยอดค้าปลีก และอื่นๆ
End Of Day Order (EOD) – รายการซื้อหรือขายตามราคาที่กำหนดไว้ รายการซื้อขายนี้จะเปิดไว้จนกระทั่งสิ้นสุดวันนั้นๆ โดยทั่วไปจะเป็นเวลา 5PM ET
European Central Bank (ECB) – ธนาคารกลางของสหภาพยุโรป
European Monetary Union (EMU) – จุดประสงค์ของ EMU คือการก่อตั้งสกุลเงินยูโรเพื่อใช้แทนสกุลเงินของประเทศต่างๆในทวีปยุโรปใน ปี 2002 ในวันที่ 1 มกราคา 1999 ได้เริ่มมีการทดลองใช้เงินสกุลยูโรเป็นเวลา 3 ปี และในวันที่ 1 กรกฏาคม 2002 ก็ได้มีการใช้อย่างเต็มรูปแบบ สมาชิกของ EMU ประกอบไปด้วย เยอรมัน, ฝรั่งเศส, เบลเยี่ยม, ลักเซมเบอร์ก, ออสเตรีย, ฟินแลนด์, ไอร์แลนด์, เนเธอแลนด์, อิตาลี, สเปนและโปรตุเกส


FX – การซื้อขายสกุลเงิน (Foreign Exchange)
Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) – หน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดการคุ้มครองการฝากเงินในประเทศสหรัฐอเมริกา
Federal Reserve (Fed) – ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกา
First In First Out (FIFO) – กฎที่รายการซื้อขายที่เปิดก่อนจะถูกปิดก่อนในกรณีที่มาร์จินไม่พอ
Flat/square – เป็นรายการซื้อขายที่หักล้างกัน เช่น ท่านทำรายการซื้อ $500,000 และอีกรายการนึงขาย $500,000
Foreign Exchange (Forex, FX) – การซื้อขายสกุลเงิน โดยการซื้อหนึ่งสกุลเงินและขายอีกสกุลเงินหนึ่งเป็นคู่
Forward – สัญญาการซื้อขายล่วงหน้าในราคาและวันเวลาที่ได้ตกลงไว้
Forward Points – จำนวน pip ที่เพิ่มหรือหักออกจากราคาปัจจุบันเพื่อที่จะคำนวณราคาล่วงหน้า
Fundamental Analysis – การวิเคราะห์แนวโน้มราคาล่วงหน้าโดยการศึกษาสภาวะเศรษฐกิจและการเมืองเป็นหลัก
Futures Contract – สัญญาแลกเปลี่ยนในการซื้อขายที่ราคาและวันเวลาที่ได้กำหนดไว้ ข้อแตกต่างระหว่าง Future และ Forward คือ Future โดยปกติจะเป็น Exchange-Traded Contacts (ETC) ส่วน Forward นั้นจะเป็น Over The Counter (OTC)


G7 – ประเทศผู้นำในด้านอุตสาหกรรม ประกอบไปด้วย สหรัฐอเมริกา เยอรมัน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร อังกฤษ แคนาดา อิตาลี
Going Long – การซื้อสินค้า เช่น หุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสกุลเงิน
Going Short – การขายสินค้าโดยที่ไม่ได้เป็นเจ้าของสินค้าเอง
Good Til Cancelled Order (GTC) – การซื้อขายสินค้าในราคาที่กำหนดไว้ รายการจะยกเลิกเมื่อมีคำสั่งจากลูกค้าเท่านั้น.
Gross Domestic Product – ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ
Gross National Product – ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ คือ Gross domestic product บวกด้วยรายได้จากการลงทุนหรือการทำงานต่างประเทศ


Hedge – การเปิดรายการซื้อขายตรงข้ามกับรายการที่มีอยู่เพื่อลดความเสี่ยงลง
Hit the bid – การยอมรับการขายที่ราคา bid


Inflation – สภาพเศรษฐกิจที่ราคาของสินค้าได้เพิ่มสูงขึ้น ทำให้อำนาจการซื้อของประชาชนลดลง
none Margin – เงินประกันเริ่มต้นที่ต้องใช้ในการเปิดการซื้อขาย
Interbank Rates – อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างธนาคารต่างประเทศ
Intervention – การแทรกแซงค่าเงินของธนาคารกลางเพื่อควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน


Kiwi – คำแสดงของสกุลเงินดอลลาร์ประเทศนิวซีแลนด์

LIBOR – ย่อมาจาก London Inter-Bank Offered Rate ซึ่งธนาคารต่างๆจะใช้เรท LIBOR เมื่อทำการยืมเงินจากธนาคารอื่น
Leading Indicators – ค่าสถิติที่ใช้คาดการณ์สภาวะทางเศรษฐกิจล่วงหน้า
Leverage – เป็นอัตราส่วนเพื่อที่จะใช้คำนวณมาร์จินในการซื้อขาย
Limit order – เป็นรายการซื้อขายที่ตั้งราคาไว้ล่วงหน้าว่าจะทำการซื้อขายที่ราคาเท่าไหร่ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในตลาดที่มีราคาขึ้นลงอย่างรวดเร็ว
Liquidation – การปิดรายการซื้อขายที่มีอยู่โดยใช้วิธี offsetting transaction
Liquidity – ความสามารถในการรับการซื้อขายปริมาณมากๆโดยที่มีผลกระทบต่อราคาน้อยที่สุด
Long position – รายการซื้อ รายการนี้จะได้กำไรเมื่อสินค้าที่เราทำรายการมีราคาสูงขึ้น
Lot – หน่วยของสัญญาที่ใช้ในการเทรด


Margin – จำนวนเงินประกันที่ใช้ในการเปิดออเดอร์
Margin Call – การแจ้งเตือนจากโบรกเกอร์หรือดีลเลอร์เพื่อแจ้งว่ามาร์จินเหลือน้อยแล้ว
Mark-to-Market – การคำนวณกำไรขาดทุนของรายการซื้อขายโดยให้สะท้อนกับราคาตลาดในปัจจุบัน
Market Maker – ดีลเลอร์ที่ส่งราคา bid และ ask และพร้อมที่จะทำรายการซื้อขายในสินค้าต่างๆ
Market Risk – ความเสี่ยงจากการขึ้นลงของตลาด
Maturity – วันที่หมดสัญญาการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน


Net Position – จำนวนรายการซื้อขายทั้งหมดโดยไม่มีการหักล้างรายการที่เปิดตรงข้ามกัน

Offer (ask) – ราคาที่ดีลเลอร์ต้องการขาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่คำศัพท์ Ask (offer) price
Offsetting transaction – การซื้อขายที่เปิดตรงกันข้ามกับรายการที่มีอยู่เพื่อลดความเสี่ยง
One Cancels the Other Order (OCO) – เป็นการประมวลผลของ 2 ออเดอร์ ถ้าออเดอร์ใดออเดอร์หนึ่งได้เปิดการซื้อขายแล้ว อีกออเดอร์หนึ่งจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ
Open order – ออเดอร์ที่ได้รับการประมวลผลเมื่อราคาได้มาถึงราคาที่มีการตั้งซื้อขายไว้ ซึ่งปกติก็จะเชื่อมโยงกับ Good ’til Cancelled Orders.
Open position – เป็นรายการซื้อขายที่กำลังอยู่ในตลาด ยังไม่มีการคิดกำไรขาดทุนจนกว่าจะปิดรายการ
Order – การสั่งการซื้อขายตามที่ได้ตั้งราคาไว้
Over the Counter (OTC) – เป็นการอธิบายถึงรายการซื้อขายที่เกิดขึ้นนอกตลาด
Overnight Position – การซื้อขายที่เปิดข้ามวัน


Pips – หน่วยทีเล็กที่สุดของราคาของคู่สกุลเงิน ตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงิน EURUSD 1 pip จะเท่ากับ 0.0001 ซึ่งอาจจะเรียกว่า Point ก็ได้
Political Risk – การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีผลอย่างมากต่อรายการซื้อขายของนักลงทุน
Position – รายการซื้อขายสุทธิของสกุลเงินนั้นๆ
Premium – จำนวนที่ราคาของ forward หรือ future เกินไปจากราคา spot
Price Transparency – การแสดงราคาให้กับนักลงทุนทุกคนเพื่อความเท่าเทียมกันในการซื้อขาย
Profit /Loss or “P/L” or Gain/Loss – ยอดกำไรหรือขาดทุนจากรายการซื้อขายทั้งหมด (รายการที่ได้ทำการปิดเรียบร้อยแล้วบวกหรือลบด้วยยอดกำไรขาดทุนของรายการที่ ยังเปิดค้างอยู่)


Quote – ราคาตลาดที่แสดงเพื่อทำการซื้อขาย

Rally – การเพิ่มขึ้นของราคาหลังจากราคาได้ตกลงมาเป็นเวลาช่วงหนึ่ง
Range – ส่วนต่างระหว่างราคาสูงสุดและราคาต่ำสุดในช่วงเวลาหนึ่งๆ
Rate – อัตราส่วนของราคาในสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับสกุลเงินหนึ่ง
Resistance – เป็นคำที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ว่าคนส่วนใหญ่จะทำการขายที่ราคานี้
Revaluation – การเพิ่มขึ้นของค่าเงินอันเนื่องมาจากการแทรกแซงของธนาคารกลาง ตรงข้ามกับ Devaluation.
Risk – ความเสี่ยงในการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ไม่แน่นอน
Risk Management – การวิเคราะห์และใช้เทคนิคการเทรดในการลดความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น
Roll-Over – กระบวนการในการซื้อขายที่มีการทิ้งไว้ข้ามวัน ซึ่งกระบวนการนี้ก็จะมีค่าใช้จ่าย(หรือรายได้)จากส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่าง 2 สกุลเงิน
Round trip – การซื้อและขายในสกุลเงินหนึ่งๆ


Settlement – กระบวนการที่รายการซื้อขายได้ถูกบันทึกไว้ ซึ่งการซื้อขายนี้อาจจะไม่ได้เป็นการแลกเปลี่ยนสินค้ากันจริงๆก็ได้
Short Position – เป็นรายการซื้อขายที่จะได้กำไรเมื่อราคาของสินค้านั้นๆตกลงมา
Spot Price – ราคาตลาดปัจจุบัน
Spread – ส่วนต่างของราคา bid และ offer
Square – การที่มีรายการซื้อและรายการขายที่หักล้างกันทั้งหมด
Sterling – คำสแลงของสกุลเงินปอนด์
Stop Loss Order – เป็นออเดอร์ที่มีการตั้งจุดขาดทุนไว้เพื่อที่จะจำกัดความเสี่ยงในกรณีที่ ราคาไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนวิเคราะห์ไว้ ตัวอย่างเช่น ถ้าเปิดออเดอร์ซื้อที่ราคา 156.27 นักลงทุนก็อาจจะตั้ง stop loss ไว้ที่ 155.49 เมื่อราคาตลาดมาถึงราคานี้ออเดอร์ก็จะปิดให้อัตโนมัติ
Support Levels – เป็นแนวรับที่ตรงข้ามกับแนวต้าน (Resistance) แนวรับนี้จะเป็นแนวที่นักลงทุนส่วนใหญ่จะทำการซื้อ
Swap – ดอกเบี้ย swap เป็นดอกเบี้ยที่เราจะได้หรือเสียไปเมื่อเราทำการเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ข้ามคืน
Swissy – เป็นคำศัพท์สแลงจากสกุลเงินฟรังก์ของประเทศสวิสเซอร์แลนด์


Technical Analysis – การวิเคราะห์แนวโน้มโดยใช้ข้อมูลตลาดย้อนหลัง เช่น ราคา, ปริมาณซื้อขาย, ดอกเบี้ย และอื่นๆ
Tick – การเปลี่ยนแปลงของราคาขึ้นลงในแต่ละครั้ง
Tomorrow Next (Tom/Next) – การปิดการซื้อขายสกุลเงินในวันปัจจุบันและกลับมาเปิดรายการอีกในวันถัดไป เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับเงินจริงๆจากการซื้อขายนี้
Transaction Cost – ต้นทุนในการทำรายการซื้อขายสินทรัพย์ทางการเงิน
Transaction Date – วันที่ทำรายการซื้อขาย
Turnover – จำนวนเงินทั้งหมดที่ทำรายการซื้อขายไปในช่วงเวลาหนึ่งๆ
Two-Way Price – การแสดงราคา bid และ offer


US Prime Rate – อัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารของสหรัฐอเมริกาให้ลูกค้าองค์กรกู้ยืม
Unrealized Gain/Loss – ยอดกำไรขาดทุนสำหรับรายการซื้อขายที่ยังไม่ได้ปิดในขณะนั้น ถ้ารายการซื้อขายนั้นปิดแล้วก็จะเป็นกำไรขาดทุนที่เกิดขึ้นจริง
Uptick – ราคาตลาดใหม่ที่แสดงขึ้นมาสูงกว่าราคาก่อนหน้านี้
Uptick Rule – ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมีเงื่อนไขว่าจะไม่สามารถเปิดรายการขายได้ถ้ารายการ ซื้อขายล่าสุดมีราคาไม่ต่ำกว่าราคาที่นักลงทุนกำลังจะขายต่อไป


Value Date – วันที่ตกลงทำสัญญาซื้อขาย ตัวอย่างเช่น ในตลาด spot value date คืออีก 2 วันถัดไป หรืออาจจะเรียกว่า maturity date ก็ได้
Variation Margin – เงินประกันที่ทางโบรกเกอร์ให้สำรองไว้เมื่อทำการซื้อขาย
Volatility (Vol) – การวัดสถิติความเคลื่อนไหวของราคาในเวลาหนึ่งๆ


Whipsaw – เป็นรูปแบบราคาที่ขึ้นไปอย่างรวดเร็วและหลังจากนั้นก็ตกลงมาเร็วเช่นกัน

Yard – คำสแลงของพันล้าน

Facebook Comments