หลายคนคงเคยได้ยินคำสั่ง Ping หรือคำถามเกี่ยวกับการ Ping มาแล้ว เพราะการใช้งานอินเตอร์เน็ตหรือระบบโครงข่ายจะต้องเจอกับคำว่า Ping ซึ่งหลายคนอาจจะเคยเจอปัญหาตอนเล่นเกมออนไลน์และโดนให้ออกระหว่างเล่นเกมซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นก็มาจาก Ping นั้นเอง

Ping คืออะไร
หลายคนก็คงอยากรู้ว่า Ping คืออะไร Ping เป็นโปรแกรมและเครื่องมือที่เกี่ยวกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยตรง Ping มีไว้ทดสอบปลายทางว่าได้ทำการเชื่อมต่อกับระบบIP อยู่หรือเปล่า ซึ่งอธิบายง่าย ๆว่า เป็นการทดสอบการเชื่อมต่อกับระบบถ้าเราส่ง Ping ไปแล้วได้รับการตอบกลับก็เท่ากับว่าการเชื่อมต่อของเราเสร็จสมบูรณ์ โดยโปรแกรม Ping จะส่งข้อมูลเป็นแบบ ICMP ประเภท “echo request” ไปยังเป้าหมายปลายทาง และรอคอยการตอบรับเป็นข้อมูล “echo response” กลับมา สำหรับข้อมูล ICMP (Internet Control Message Protocol) คือ ชุดโพรโทคอลที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานในชั้น Internet Layerและรายงานความผิดพลาดต่างๆ ใน IP packetโดยแบ่งเป็น 5 ข้อความด้วยกันคือ
1. Echo Request and Echo Reply
2. Source Quench
3. Destination Unreachable
4. Time Exceeded
5. Fragmentation Needed

โดยโปรแกรม Ping นี้สามารถที่จะตรวจสอบรายละเอียดต่างๆได้ อาทิ เวลาเดินทางโดยเฉลี่ยของข้อมูลไปกลับ เป็นหน่วยมิลลิวินาที และอัตราการสูญเสียข้อมูลระหว่างโฮสต์เป็นเปอร์เซ็นต์

วิธีการทดสอบโปรแกรม Ping 
1. เปิดโปรแกรม command prompt
2. พิมพ์คำสั่ง ping /? เพื่อเปิดดู help ในนี้จะมีรายละเอียดของคำสั่งต่าง ๆที่ใช้งานร่วมกับคำสั่ง Ping
นี่คือรูปบบคำสั่งPing ในการใช้งาน Usage: ping [-t] [-a] [-n count] [-l size] [-f] [-i TTL] [-v TOS] [-r count] [-s count] [[-j host-list] | [-k host-list]] [-w timeout] target_name

ตัวเลือกของคำสั่ง
-t หมายถึงPing ไปยัง ส่งข้อมูลไปยังเป้าหมายปลายทางตามที่ระบุเรื่อยๆ จนกว่าจะสั่งยกเลิก โดยกด Ctrl-C.และถ้าต้องการดูสถิติให้กด Ctrl-Break
-a หมายถึงเปลี่ยนหมายเลข IP Address ของเป้าหมายปลายทางให้เป็นเป็นชื่อแบบตัวอักษร
-n count Ping หมายถึงแบบระบุจำนวน echo request ที่จะส่ง
-l size หมายถึงกำหนดขนาด buffer
-f หมายถึงตั้งค่าไม่ให้แยก flag ใน packet.
-i TTL Ping หมายถึงแบบกำหนด Time To Live โดยกำหนดค่าตั้งแต่ 1-255
-v TOS หมายถึงกำหนดประเภทของบริการ (Type of service)
-r count Ping หมายถึงแบบให้มีการบันทึกเส้นทางและนับจำนวนครั้งในการ hops จนกว่าจะถึงปลายทาง
-s count Ping หมายถึง แบบนับเวลาในการ hop แต่ละครั้ง
-j host-list หมายถึงให้ตรวจสอบเป้าหมายแบบธรรมดา
-k host-list หมายถึงให้ตรวจสอบเป้าหมายแบบละเอียด
-w timeout Ping แบบกำหนดเวลารอคอยการตอบรับ

3. ยกตัวอย่าง Ping 192.168.9.63 หรือ Ping www.google.com นี่คือรูปแบบในการใช้คำสั่ง Ping ถ้าต้องการคำสั่งพิเศษเพิ่มเพียงใส่คำสั่งตามหลังเช่น Ping www.google.com –t เป็นต้น

4. หลังจากการทำงานของคำสั่ง Ping เราจะได้รับคำตอบอยู่ 2 อย่างก็คือ

  • Reply from หมายถึง คุณสามารถติดต่อกับเป้าหมายปลายทางได้
  • Request timed out หมายถึง คุณไม่สามารถติดต่อกับเป้าหมายปลายทาง ซึ่งอาจจะเกิดปัญญาจากทางฝ่ายเราหรือจากปลายทางก็เป็นไปได้ ซึ่งถ้าเป็นกรณีนี้จะมีข้อความ Error บอกถึงปัญญาที่เกิดขึ้นนั่นเอง

ประโยชน์ของการ Ping มีอะไรบ้าง
ประโยชน์ของการ Ping ทำให้เราสามารถตรวจสอบสถานะการเชื่อมต่อกับปลายทางที่เป็นเป้าหมายได้ และยังช่วยในการวิเคราะห์ปัญญาในระบบ Network ได้อีกทางหนึ่ง

แต่ในข้อดีก็ย่อมจะมีข้อเสียเสมอถ้านำไปใช้ไม่ถูกต้องเพราะว่าถ้าเราพิมพ์คำสั่ง – t ไปยังเป้าหมายก็จะทำให้เครื่องที่ใช้คำสั่ง Ping ส่งข้อมูลไปยังปลายทางแบบไม่รู้จบ ทำให้เครื่องปลายทางทำงานหนัก จึงเป็นสาเหตุให้ระบบเครือข่ายมีปัญหาได้ ด้วยเหตุนี้ จึงมีการนำคำสั่ง Ping ออกจากของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ทำให้การ Ping กับเครื่องเซริร์ฟเวอร์บ้างครั้งอาจจะไม่ได้ผลที่แน่นอนนัก

ปกติแล้ว เราสามารถทดสอบการ Ping ได้ในส่วนของ Command ใน Windows ได้โดยพิมพ์คำสั่ง ping ตามด้วย ไอพีหรือโดเมนที่เราต้องการจะทดสอบการติดต่อ อาทิเช่น ping google.com หรือจะสั่งปิงเป็น IP ได้เช่นเดียวกันคือ ping 203.113.51.90 เป็นต้น สำหรับเกมออนไลน์ปกติจะมีช่องให้ทดสอบ Ping ไว้สำหรับผู้เล่น อาจเป็นคำสั่งเหมือนที่บอก หรือมีช่องให้ดูแล้วแต่รูปแบบของเกมนั้นๆ

อย่างที่บอก Ping น้อย ไม่ได้บ่งบอกว่าเน็ตของเราช้าหรือเร็ว เพียงแต่เราอาจติดต่อกับ Server หรือเครื่องปลายทางได้ไม่ดีนัก

และอาจจะทำสอบกลับเครื่องปลายทางอื่นที่เร็วกว่า ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว การออกประเทศจะได้ค่าปิงที่เยอะ นั้นหมายความว่า การติดต่อกับคอมพิวเตอร์ปลายทางที่อยู่ต่างประเทศ จะติดต่อได้ช้ากว่า

Facebook Comments