RAID 5
Raid ที่ระดับ 5 Raid ที่ได้รับความนิยมที่สุด 
          ที่ระดับนี้ ถือเป็นระดับที่ใช้งานกันมากที่สุด โดยจะทำการ แก้ปัญหา การติดขัดในการเขียนข้อมูล ที่เกิดขึ้นใน RAID ระดับ 4 ด้วยการกระจาย แถบของค่าข้อมูล (parity) ไปตาม Drive ย่อย ๆ ต่าง ๆ ซึ่งด้วยวิธีนี้ จะช่วยบรรเทา การทำงานที่มุ่งไปที่ Drive ใด Drive หนึ่งเพียงตัวเดียว จึงช่วยเพิ่มความสามารถ ของระบบโดยรวม ได้มากยิ่งขึ้น โดยวิธี ที่ RAID ระดับนี้ช่วยลดปัญหา การติดขัดในการเขียนข้อมูล parity นั้น เป็นวิธีพื้นฐาน โดยแทนที่ จะยอมให้ เพียง Drive ตัวใดตัวหนึ่ง ทำการสันนิษฐาน ความเสี่ยงของปัญหาืที่อาจจะเกิดขึ้น ก็จัดการให้ทุก ๆ Drive ที่อยู่ภายในระบบ RAID ทำการสันนิษฐาน เพื่อทำการจัดเก็บค่าของข้อมูลกระจายไปตามแต่ละ Drive และด้วยวิธีง่าย ๆ นี้เอง ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ได้อย่างน่าทึ่ง

Raid 5 เป็นที่นิยมในการใช้งานในระบบใหญ่ๆ เป็นอย่างมาก และยังคงใช้งานอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากมีความรวดเร็ว และปลอดภัย
ซึ่ง Raid นี้ได้นำข้อดีของ Raid อื่นๆมารวมกันทั้งหมด

หลักการทำงาน
เก็บ Parity ของ Drive ลงใน Drive อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Drive เดียวกัน ทำให้เมื่อ Harddisk ตัวใดตัวนึงพัง ระบบยังคงทำงานต่อไปได้
โดยระบบจะมีการเก็บข้อมูล Parity ดังนี้ เช่น

– Drive A เก็บ parity ไว้บน Drive C
– Drive B เก็บ parity ไว้บน Drive A
– Drive C เก็บ parity ไว้บน Drive B

ข้อดี
ข้อมูลไม่หายแน่นอน เพราะมีการเก็บ Parity ไว้ใน HDD แต่ละตัว แล้วความเร็วในการอ่านข้อมูล ก็เยอะมากๆ ด้วย เนื่องจากมี HDD ถึง 3 ตัวนี่

ข้อเสีย
เขียนข้อมูลได้ช้ามากๆ เนื่องจากต้องเขียนข้อมูลแล้ว ยังต้องไปเขีนยน Parity อีก แล้วยังต้องใช้ HDD ถึง 3 ตัว ซึ่งเปลืองมาก (แต่ก็น้อยกว่า RAID 1+0) และอัตราความเร็วในการเขียนข้อมูลก็ช้ามากๆ

Facebook Comments

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here