สัญญาเงินกู้ เรื่องต้องรู้ก่อนกู้ยืมเงินใคร หรือให้ใครยืมเงิน

05 May 2020

สัญญาเงินกู้เป็นเรื่องที่หลายๆ คนมักจะไม่เคยรู้จักหรือตระหนักถึงความสำคัญของมัน ปกติแล้วเวลาเราร้อนเงิน หรือต้องการเงินด่วน วิธีแรกที่จะใช้กันก็คือ การขอยืมคนสนิทใกล้ตัว พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติ หรือเพื่อนฝูง ซึ่งการยืมแบบนี้มันง่าย เพราะเราไม่ต้องมีสัญญากู้เงิน ไม่ต้องมีอะไรให้วุ่นวาย ใช้แค่สัญญาใจเท่านั้นพอ แต่กลับกันคนปล่อยกู้เองบางครั้งเค้าอาจจะไม่สบายใจ หรือรู้สึกว่าคุณเอาเปรียบเขาอยู่ก็ได้ ซึ่งด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้สัญญากู้เงินเป็นสิ่งที่คุณต้องให้ความสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายกู้ยืม หรือปล่อยกู้ก็ตาม ถ้าหากมีสัญญานี้เอาไว้ อย่างน้อยๆ ก็จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจต่อกันมากยิ่งขึ้น โดยวันนี้เราจะไปเจาะลึกเรื่องสัญญากู้ยืมเงิน หรือหนังสือสัญญาเงินกู้แบบละเอียด

 

สัญญากู้ยืมเงินคืออะไร 

สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมั่นใจว่าการกู้ยืมครั้งนั้นจะยุติธรรม และถูกต้องตามที่ตกลงกันไว้ทุกอย่าง โดยการกู้ยืมเงินปกติทั่วไปจะตรงกับสัญญาใช้สิ้นเปลือง นั่นคือ สัญญาที่คนให้ยืมจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นๆ   ตามที่กำหนดให้กับผู้ยืม และผู้ยืมก็ตกลงว่าจะคืนกลับมาให้กับผู้ให้ยืม ซึ่งการกู้ยืมครั้งนั้นจะมีการกำหนดดอกเบี้ยด้วยหรือไม่ก็ได้ 

 

วิธีทำหลักฐานการกู้ยืมเงิน จะได้สบายใจทั้งสองฝ่าย

เมื่อทำความเข้าใจการยืมเงินกันเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็มาดูวิธีทำสัญญาเงินกู้กันเลยดีกว่า โดยมันจะแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกันคือ

1. ยืมเงินไม่เกิน 2,000 บาท

ถ้าใครที่มีการกู้ยืมเงินไม่เกิน 2 พันบาท กฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องทำหลักฐานการกู้ยืมเงินต่อกันหรือไม่ ซึ่งแค่บอกปากเปล่าก็ถือว่าใช้เป็นหลักฐานได้แล้วล่ะครับ เพราะสามารถนำไปฟ้องร้องได้เมื่อเค้าไม่ชดใช้คืน ก็จะถือว่าเป็นการผิดข้อตกลงหรือผิดสัญญา ทำให้เราสามารถฟ้องร้องได้นั่นเอง

2. ยืมเงินเกิน 2,000 บาท

แต่สำหรับใครที่อยากจะกู้ยืมเงินจำนวนมากกว่า 2 พันบาทขึ้นไป กฎหมายกำหนดว่าจะต้องมีการทำหลักฐานสัญญาเงินกู้ด้วยถึงจะฟ้องร้องดำเนินคดีความได้หากโดนโกง ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเองได้ 

ซึ่งหลักฐานการยืมเงินเนี่ยแหละที่หลายคนสงสัยว่าจะต้องทำยังไง ซึ่งจริงๆ แล้วมันแค่เป็นการเขียนด้วยลายลักษณ์อักษรรูปแบบใดก็ได้ที่มีข้อความชัดเจน ว่ามีการกู้ยืมเงินกันจริง ไปเป็นจำนวนกี่บาท ชดใช้ตอนไหน แต่ต้องไม่ลืมนะครับว่าจะต้องมีลายมือชื่อของผู้กู้ยืมเงินด้วย ซึ่งจะให้ดีให้เราใส่องค์ประกอบเหล่านี้ไว้ด้วย

1. วันที่ทำสัญญากู้ยืมเงิน

2. ชื่อ ผู้ยืมเงิน และผู้ให้ยืม

3. จำนวนเงินที่จะยืม

4. วันที่จะจ่ายคืน

5. ดอกเบี้ย (ไม่เกิน 15% ต่อปี) แต่ถ้าไม่ได้กำหนดไว้ ตามกฎหมายจะถือว่าเป็น 7.5% ต่อปี

6. ลงลายมือชื่อของผู้ขอยืม 

 

ต้องระวังอะไรในการทำสัญญาเงินกู้

เซ็นสัญญาโดยไม่ระบุจำนวนเงิน

ข้อนี้น่ากลัวมากทีเดียว ต่อให้คุณไว้ใจเพื่อนแค่ไหน แต่การเซ็นสัญญาต้องระบุจำนวนเงินทุกครั้ง ปกติผู้ยืมมักจะยืมเซ็นสัญญาเปล่าๆ โดยไม่ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าผู้ให้กู้จะไม่นำลายเซ็นนั้นไปเขียนเพิ่ม หรือใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นต้องตรวจสอบให้เรียบร้อยก่อนเซ็นทุกครั้ง

อ่านให้ละเอียดถี่ถ้วน

ข้อต่อมาคือการอ่านสัญญาให้ละเอียด เอกสารสัญญาเงินกู้บางรายจะมีรายละเอียดเยอะ ค่อนข้างยาวมาก ทำให้หลายคนอ่านไม่จบ และบ่อยครั้งที่มักจะถูกเอาเปรียบ ดังนั้นต้องอ่านให้ถี่ถ้วนทุกครั้งด้วย

ไม่เก็บสัญญาเอาไว้

สัญญาเงินกู้หลักจากเซ็นเรียบร้อย เราต้องเก็บหลักฐานต่างๆ เอาไว้ด้วย อย่าเอาแค่สัญญาใจ บอกกันปากเปล่าอย่างเดียวอาจจะไม่พอ เพราะเวลาฟ้องร้องกันขึ้นมาเค้าว่ากันตามกฎหมายใหม่อยู่แล้ว ดังนั้นให้เก็บต้นฉบับสัญญากู้และหลักฐานการชำระเงินเอาไว้ทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐานตามกฎหมายจะได้ไม่มีใครเอาเปรียบเราได้

ทำสัญญาเป็นสองชุด

เพื่อป้องกันไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขรายละเอียดตามที่ได้ตกลงไว้ในการทำสัญญาเงินกู้ เราต้องทำสัญญา 2 ชุดให้มีรายละเอียดต่างๆ ให้เหมือนกันทั้งคู่

ขอสัญญาคืนเมื่อหนี้จบ

สำหรับใครที่เป็นลูกหนี้แล้วชำระหนี้สินเสร็จสิ้นก็ต้องไม่ลืมที่จะขอหนังสือสัญญากู้ยืมเงินตรงนี้คืนด้วยนะครับ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหนี้นำสัญญาเงินกู้ของเราไปดำเนินคดีในชั้นศาล หรือเอาไปทำอะไรที่เสื่อมเสีย หรือจะให้ดีก็ควรถ่ายภาพบันทึกหลักฐานในการจ่ายหนี้เอาไว้ด้วย

ควรมีพยานฝ่ายคนกู้ด้วย

การจะทำสัญญาที่ดีไม่โดนเอาเปรียบ ควรให้ฝ่ายกู้มีพยานสักคนเพื่อลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญาด้วย เผื่อที่ว่าเวลาเกิดเหตุการณ์ต่างๆ พยานจะได้เป็นคนช่วยยืนยันได้ว่าเราได้คืนเงินทุกบาททุกสตางค์ไปเรียบร้อยแล้วจริงๆ 

 

ถ้าเป็นคนปล่อยกู้ ทำยังไงให้มั่นใจว่าจะได้เงินคืน

นอกจากการซื้อใจกันสำหรับคนใกล้ตัวแล้ว เราในฐานะผู้ปล่อยกู้ยังสามารถสร้างความมั่นใจด้วยการ ให้คนกู้นั้นเตรียมบุคคลค้ำประกัน หรือมีหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับเงินก้อนนั้นไว้ด้วย เพื่อที่จะช่วยให้มั่นใจว่าเค้าจะชำระเงินคืนแน่นอนแบบไม่บิดพลิ้ว เป็นการซื้อใจที่ควรค่าอย่างยิ่งสำหรับคนปล่อยกู้

แชร์ whatsapp
ส่ง

ความคิดเห็น

เติมคอมเม้นต์อันแรก

เติมคอมเม้นต์